แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำงาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำงาน แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

หลักการทำงาน : ชนะตนเองก่อนเข้าเส้นชัย


    วันนี้เรามาดูหลักการปฏิบัติตัวเป็นพนักงานที่ดี เพื่อเพิ่มรายได้ เพิ่มความสามารถ เพิ่มโอกาสกันดีกว่า วันนี้จะมาลองเล่าเรื่องของ นายพลแม็คอาเธอร์ ผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้รับการขนานนามว่ามีอุปนิสัยสร้างความประทับใจแก่คนอื่นมากที่สุด คือ สามารถควบคุมตัวเองได้ดีเยี่ยม เป็นคนสุขุม มั่นคง ไม่หวั่นไหว เมื่อใกล้เสียชีวิตได้อวยพรแก่ลูกชายว่า "ขอให้ลูกของพ่อมีจิตใจที่ผ่องใส มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร ขอให้คุณสมบัติเหล่านี้อยู่ในตัวลูก ก่อนลูกต้องไปปกครองคนอื่นเถิด คุณสมบัติเหล่านี้จะทำให้ลูกรุดหน้าโดยไม่ลืมอดีต"
    
     คำอวบพรของท่านมีความหมายมาก ชี้ให้เห็นว่าคนที่จะประสบความสำเร็จนั้น จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญคือ มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ประกอบไปด้วยจิตใจที่ผ่องใส อันนำไปส่งความคิดลวกและสติ ความมีเหตุผล หาทั้งสองลักษณะนี้อยู่ในตัวเรา จะก่อบุคลิกของเราให้ดำเนินความมั่งคน ซึ่งยังเป็นการแสดงออกว่าเราเป็นเจ้าคนนายคนได้ ตรงกับคำกล่าวที่ว่า “คนที่ก้าวขึ้นมาเป็นเจาคนนายคนนั้น ควรเริ่มต้นจากการเป็นเจ้านายของตนเองก่อน”

นโปเลียน ฮิลล์ ได้กล่าวถึงคุณสมบัติของคนที่ประสบความสำเร็จไว้ว่า “ต้องรู้จักควบคุมความคิดและหัวใจของตนเองไว้ตลอดเวลา” ดังนั้นคนที่ต้องการประสบกับความสำเร็จของชีวิตควรรู้จักควบคุมตนเองให้ได้ซะก่อน มีหลักง่ายๆดังนี้
·        ยึดมั่นในเป้าหมาย หมายความว่าควรตั้งเป้าหมายในการทำงาน ใช้ชีวิตที่ชัดเจน และปูทางให้เราสามารถไปยังเป้าหมายที่วางไว้ได้ โดยใช้เป้าหมายเป็นตัวกำจัดอุปสรรค ความผิดพลาด ความล้มเหลว
·        ใช้เหตุผลก่อนอารมณ์ หมายความว่า เราต้องควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ได้ เมื่อเริ่มมีอรมณ์โกรธควรตั้งสติให้มั่งคง พร้อมทั้งหาเหตุผล และระงับความโกรธไป
·        ทำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม การตัดสินใจไม่ว่าเรื่องอะไรควรเหามาะสมและสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวที่ตั้งไว้ โดยมิให้ความต้องการหรือผลประโยชน์ระยะสั้นมาขัดขวางได้


ดังนั้นการที่เราทุกคนปรารถหนทางแห่งความสำเร็จจึงควรตระหนักเรื่องนี้ให้มาก ความสุขุมเยือกเย็น การควบคุมตนเองได้ของเราเป็นพฤติกรรมที่จะช่วยให้เราได้รับการยอมรับจากคนอื่น

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

หลักการทำงาน : บ่มเพาะนิสัยในการพัฒนาตนเอง

ตอนแรก เราเป็นคนสร้างนิสัย แต่หลังจากนั้นนิสัยจะสร้างความเป็นตัวเรา จนพยายามเอาชนะนิสัยที่ไม่ดี ถ้าไม่สามารถทำได้แล้วไซร้ นิสัยเหล่านั้นก็จะชนะเรา
     
   นี่เป็นคำพูดของ รอบ กิลเบิอร์ต ซึ่งเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เมื่อเราเติมโตขึ้น เราจะแทบไม่สามารถแยกแยะออกได้ว่านิสัยของเรากับความเป็นตัวของเรานั้น ต่างกันตรงไหนบ้าง เพราะมันได้ผสมกลมกลืนกันจนเป็นตัวของเราแล้ว
        นิสัยเกิดขึ้นจากการที่เราทำสิ่งใดๆซ้ำๆ ในรูปแบบเดิมๆ จนกลายเป็นความเคยชิน เช่น นอนตื่นสายทุกวัน เป็นคนที่ผัดวันประกันพรุ่ง เป็นคนที่เห็นอกเห็นใจคนอื่น ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ หรือเป็นคนที่โกหกแก้ตัวเสมอถ้าถูกจับได้ว่าทำผิด หรือเป็นคนที่ตรงเวลา นัดอะไรไม่เคยมาทันเลยซักครั้งเดียว เป็นต้น

       นิสัยเหล่านั้นเองที่กำหนดความเป็นตัวตนของเรา ในการทำสิ่งต่างๆตั้งแต่วิธีคิด ค่านิยม วิธีการดำเนินชีวิต รูปแบบพฤติกรรม รวมไปถึงสักษณะของการทำงานของเราด้วย นิสัยนี้เองทีทำให้คนเราแตกต่างกันไปในเวลาทำงาน เช่น คนที่มีนิสัยรอบคอบเวลาทำงานก็จะคอยตรวจทานทุกสิ่งอย่างละเอียด คนที่มีนิสัยสบายๆ มันไม่ชอบทำงานหนักหรือทำงานล่วงเวลา นิสัยขาดความอดทนจะไม่สามารถรับแรงกดดันหรือปัญหาที่เข้ามาได้ เป็นต้น

     นิสัยที่เอื้อต่อการประสบความสำเร็จในการทำงานคือ มีวินัย รับผิดชอบ มุ่งมั่น ขยัน เอาจริงเอาจัง รักการเรียนรู้ รอบคอบ ซื่อสัตย์ รักษาสัญญา รับความดีเลิศ ทำงานเป็นทีม อดทน คิดสร้างสรรค์ และชอบแก้ปัญหา
 
    ส่วนนิสัยที่เป็นอุปสรรคการทำงานได้แก่ เห็ฯแก่ตัว ไม่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เกรียจคร้าน เย่อหยิ่ง แก้ตัว ผัดวันประกันพรุ่ง รักสบาย ไม่รักการเรียนรู้
 
   นิสัยต่างๆเหล่านี้ส่งผลต่อความเก้าหน้าในการทำงานได้ ดังนั้นเราควรสำรวจว่าเรามีอะไรที่ยังไม่ดี ต้องแก้ไขกันบ้างและพยายามพัฒนาเปลี่ยนนิสัยของเราให้เป็นไปตามนั้น ซึ่งจะทำได้โดย


  • ความคิด ความคิดเป็นตัวกำหนดตัวตนของเรา ทั้งนิสัย พฤติกรรม และค่านิยม ดังนั้นหากเราต้องการเปลี่ยนแปลงจึงต้องเริ่มที่ปรับความคิดของเราให้ดีซะก่อน ซึ่งต้องเริ่มจากการ ปฏิเสธนิสัยที่ไม่ดีของตัวเรา และพยายามทำนิสัยที่ดีบ่อยๆจนกลายเป็นนิสัยของเราจริงๆ  
  • ความตั้งใจ การเป็นคนใหม่นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเปลี่ยนแปลงตัวเอง แก้นิสัยเดิมๆ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ถ้ามีแต่ความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแค่นั้น ดังนั้นเราต้องอาศัยความตั้งใจของเราเพื่อให้ความคิดของเราเป็นจริง
  • วินัย  เราสามารถทำอะไรเป็นนิสัยได้ถ้าเราพยายามทำสิ่งนั้นต่อเนื่องกันมากกว่า 45 วัน มันจะกลายเป็นนิสัยเราได้ คำพูดนี้เป็นผลการวิจัยทางการแพทย์ที่ได้กล่าวไว้ ดังนั้น เราจำเป็นต้องฝึกนิสัยใหม่ โดยทำเป็ฯประจำจนเกิดความเคยชิน
  • พยายาม การทำอะไรก็แล้วแต่โดยเฉพาะการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นนั้นย่อมไม่ง่าย หลายคนล้มเหลวเพราะไม่สามารถทำต่อได้ ดังนั้นคนที่อดทนและพยาายามจะเป็นคนที่สำเร็จได้
    สุดท้ายเราต้องตระหนักว่า ความสำเร็จของชีวิตนั้น อยู่ที่นิสัยของเราซะมากกว่าการศึกษา ความรู้ที่มี ซึ่งเป็นสิ่งที่พัฒนาได้ยาก แต่ก็หวังว่าจะพยายามทำกัน

 

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

หลักการทำงาน : รวยความซื่อสัตย์ มั่นคงกว่า

กำแพงเมืองจีน หนุ่งในสุดยอดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มนุษย์ได้สร้างขึ้น กล่าวกันว่าต้องใช้เงินและแรงงานคนจำนวนมหาศาลในการก่อสร้าง ด้วยหวังว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วความยิ่งใหญ่ของแพแพงจะช่วยป้องกันอาณาจักรจีนจากผู้เข้ามารุกรานได้ แต่ปรากฏว่า ข้าศึกสามารถเค้ามาโจมตีเมืองได้ถึงสามครั้งด้วยกัน โดยไม่ได้ทำลายกำแพงเมืองเสียหายแต่อย่างใด เพื่อพิจรณาจากประวัติศาสตื์แล้ว การที่ผู้รุกรานสามารถเข้าาเมื่องได้ด้วยวิธีง่ายๆ โดยไม่ต้องออกแรงทำลายกำแพงเลยนั้น เป็นเพราะว่าได้ติดสินบนทหายยามที่เฝ้าประตูอยู่ ทำให้สามารถเข้าโจมตีเมืองได้อย่างง่ายได้

   
      ความล้มเหลวของกำแพงเมืองจีนอยู่ที่ไหน? คาดว่าหลายคนคงพอรู้คำตอบแล้ว มันอยู่ที่ลักษณะนิสัยของชีวิตคนยังไม่เหมาะสมมากพอที่จะทำให้กำแพงเมืองจีนบรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้สร้างมาเพื่อการณ์นั้นนั่นเอง ประวัติศาสตร์มักให้บทเรียนแก่เราเสมอ ในเรื่องนี้ก็เช่นกันเพียงเพราะคนไม่กี่คนขาดความซื้อสัตย์ มีแต่ความละโมบ เห็นแก่ทรัพย์สินเงินทองมากกว่าชาติของตนนั้น ก็สามารถทำลายชาติของตนเองด้วยมือคนกลุ่มเล็กๆได้ แม้จะสร้างเกราะป้องกันหนาแน่นอย่างไรก็ตามที



         คนที่ไม่ซื่อสัตย์ มักสร้างความเสียหายอันยิ่งใหญ่ได้เสมอ
         ดังนั้นการเลือกบุคคลมาร่วมการกังองค์กรด้วยความไม่รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน จึงจำเป็นต้องพิจารณาที่ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถในสาขาที่ต้องการ แต่ถ้าเป็นไปได้แล้วไซร้ผู้บริหารทุกคนจะพยายามเลือกคนที่มีความซื่อสัตย์เป็นองค์ประกอบสำคัญด้วย ทั้งนี้เพราะความซื่อสัตย์เป็นองค์ประกอบสำคัญไม่น้องว่าบุคคลนั้นจะสามารถไว้ใจได้มากขนาดไหน ไม่คดโกงเอาผลประโยชน์ใส่ตน เป็นคนที่จะทำให้บริษัทเจริญก้าวหน้าได้

         นิสัยที่บ่งบอกถึงความไม่ซื่อสัตย์ได้แก่ เกรียดคร้านรักความสบาย ความละโมบ ความเห็นแก่ตัว นิสัยเหล่านี้เป็นต้นเหตุแห่งความไม่ซื่อสัตย์ได้เพราะการกระทำเช่น มาสาย โกงเวลาทำงาน หยิบฉวยอุกกรณ์กลับบ้าน ไม่รับผิดชอบงาน ใส่ร้ายคนอื่น ไปจนถึงเอาเวลางานเพื่อทำงานส่วนตัว แอบหาประโยชน์ส่วนตัวทำให้องค์กรเสียหาย

        การดำเนินชีวิตอย่างไม่ซื่่อสัตย์จะกลายเป็นความน่าเศร้าในระยะยาว ความไม่ซื่อสัตย์เป็นเสมือนหนามเล็กๆที่คอยทิ่มแทงจิตใจ เพราะรู้อยู่่าตนเองทำผิด จึงกลับว่าจะมีคนมาล่วงรู้และจับได้
     
       คนเราควรมีแรงบันดาลใจให้อยากเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ โดยตั้งคำถามกับตนเองว่า "เราอยากประสบความสำเร็จในระยะยาวหรือสั้น" ความสำเร็จที่ยั่งยืนได้เริ่มจากความตั้งใจจริงที่จะเอาชนะความฉ้อฉลที่สามารถเกิดขึ้นในจิตใจเราได้ทุกเมื่อ

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ฮวงจุ้ยโต๊ะทำงาน

         การทำงานไม่ว่างจะเป็นที่ไหนฮวงจุ้ยก็ย่อมมีผลต่อการทำงานบ้างไม่มากก็น้อย หลายคนที่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ก็ขอให้คิดซะว่าอย่างน้อยก็เป็นการจัดโต๊ะทำงานให้สะอาด ดูน่าเชื่อถือ มีระเบียบแทนก็แล้วกัน
1. ตำแหน่งโต๊ะทำงานที่ดี ควรอยู่ทางด้านหลัง เพราะทางฮวงจุ้ยข้างหลังถือว่าข้างหลังหมายถึงความมั่นคง แต่ถ้านั่งหันหลังให้กระจกซึ่งเป็นวัตถุที่มีการสะท้อนอยู่ตลอดเวลา แสดงว่าหน้าที่การงานของคุณไม่แน่นอนแล้วและกระจกยังดูดพลักงานของผู้ที่มันสะท้อนอยู่ด้วย ดังนั้นเค้าถึงไม่ให้นอนแล้วให้กระจกหักเข้าหาคนเวลานอนนั่นเอง ทางแก้คือหามู่ลี่มาปิดทับบริเวณด้านหลังให้ทึบอยู่ตลอดเวลา หรือถ้ามีตู้ทึบอยู่ด้านหลังก็พอจะช่วยได้ แต่ถ้าจะให้ดี ควรนั่งหันหลังให้กำแพงและหารูปภาพมาติดไว้ตรงบริเวณด้านนี้ โดยเลือกที่มีความหนักแน่น เช่น ภูเขา ส่วนทิศทางตำแหน่งของการนั่งนั้น ถ้าเป็นห้องส่วนตัว ควรตั้งโต๊ะไว้ในลักษณะที่จะสามารถมองเห็นคนที่เข้ามาในห้องได้อย่างชัดเจน

2. พยายามหลีกเลี่ยงการตั้งโต๊ะทำงานตรงกับประตู เพราะจะถูกนินทาว่าร้ายเอาได้ และไม่ควรนั่งหลังลอยหรือนั่งหันหลังให้ประตู เพราะอาจถูกแทงข้างหลังจากเพื่อนร่วมงานได้ค่ะ แต่ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ควรหาฉากหรือต้นไม้มาคั้นระหว่างประตูหรือโต๊ะทำงาน หรือที่จริงเค้าคงอยากจะบอกว่านั่งแถวนั้นมันเวลามีคนเดินเข้าเดินออกมันรบกวนทำให้หนวกหูทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

3. ไม่ควรให้โต๊ะทำงานหันไปชนกับมุมเสา เพราะจะทำให้เจอแต่เรื่องไม่ค่อยดี ถ้าหลีกเลี่ยงได้ให้หาคริสตัลมาวางสะท้อนพลังงานด้านลบออกไป ที่จริงเพราะมันอับ มีฝุนตก และมองอะไรไม่ค่อยเห็นทำให้คิดอะไรไม่ค่อยออกนั่นเอง

4. หันโต๊ะทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าคุณต้องนั่งรวมกับคนอื่น ควรพยายามหันโต๊ะทำงานไปในทิศทางเดียวกัน และหลีกเลี่ยงการหันหน้าโต๊ะเข้าหากัน เพราะเดี๋ยวจะคุยกันเพลินจนลืมทำงาน

5. แก้เคล็ดหากนั่งใต้คาน ถ้าใครที่นั่งใต้คานจะส่งผลให้คนๆ นั้นมีความเครียดสูง การงานไม่ราบรื่น หรือทำงานผิดพลาดได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณอยู่ในแผนกบัญชีหรือการเงิน อาจจะส่งผลเสียต่อองค์กรเป็นอย่างมาก ทางแก้ไขมีหลายแบบ แต่ที่ง่ายที่สุด คือการใช้คานให้เป็นประโยชน์ด้วยการแขวนนาฬิกา หรือติดหลอดไฟไว้ใต้คาน

6. วางของสูงที่มุมโต๊ะด้านซ้าย ที่ด้านซ้ายของโต๊ะทำงาน เป็นตำแหน่งแห่งอำนาจในการทำงาน ให้วางของที่มีความสูงมากที่สุดเอาไว้มุมนี้ เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์ ชั้นวางเอกสารสูงๆ และควรที่จะมีต้นไม้เล็กๆ วางไว้ข้างจอคอมพิวเตอร์ จะเป็นต้นตะบองเพชร เฟิร์น เพื่อเป็นการลดความแรงของสนามแม่เหล็กจากจอคอมพิวเตอร์

7. ของที่ควรหลีกเลี่ยงบนโต๊ะทำงาน  ควรหลีกเลี่ยงของตกแต่งบนโต๊ะทำงาน หรือรูปภาพที่เป็นรูปสัตว์ในสิบสองปีนักกษัตร เช่น หนู งู ม้า ไก่ ลิง ฯลฯ เพราะสิ่งที่เราตั้งอาจกลายเป็นการชงปะทะกันเองกับปีเกิดของตัวเอง หรือผู้ที่มาติดต่อโดยไม่รู้ตัว ถ้าที่ดี (ทางแก้ไขแนะนำให้ตรวจสอบในตารางของคลังคู่มิตรปีเกิด)

8. ของที่เหมาะกับด้านขวาของโต๊ะ ซึ่งเป็นตำแหน่งของการประสานงาน ความราบรื่น ให้วางพวกข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ที่มีความสูงน้อยไว้ในส่วนนี้

9. เสริมพลังตรงด้านหลังของโต๊ะ หากมีชั้นหรือมีพื้นที่วางของได้ ให้หา "เต่าคริสตัล" มาวาง เพื่อเป็นการกระตุ้นพลังงานด้านการสนับสนุน และความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

10. ดูดซับพลังงานตรงด้านหน้าของโต๊ะ ตรงนี้ถือเป็นจุดรับพลังงานต่างๆ ที่จะไหลเข้ามาสู่โต๊ะโดยตรง ให้หาแก้วน้ำใส่น้ำและหินเก๋ๆ มาวางประดับอะไร เพื่อดูดซับพลังงานที่ดี

แถมๆ รูปการวางโต๊ะทำงานในห้องที่ดี

อันนี้เป็นรูปตำแหน่งต่างๆของฮวงจุ้ยบนโต๊ะทำงาน



ขอบคุณที่มาจาก http://horoscope.kapook.com/view10368.html

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หลักการทำงาน : ความดีของผู้นำ ความสำเร็จที่ยั่งยืน

ผู้จัดการร้านนึง ถูกตำหนิจากประธานบริษัท มิใช่เพราะเค้าเกรียจคร้าน ไม่ตั้งใจทำงาน หรือทำให้ผลประกอบการขาดทุน ตรงข้ามเค้าถูกตำหนิ เนื่องจาทำกำไรมากเกินไปน เป็นการไม่ยุติธรรมต่อลูกค้าค้า

       ตัวอย่างข้างต้นนั้นเป็นวัฒนธรรมองค์กรของบริษัท เจ ซี เพนนี บริษัทยักษ์ใหญ่อันนึงจากประเทศอเมริกา บริษัทนี้มีวัฒนธรรมดี ได้รับการถ่ายทอดจากผู้ก่อตั้งโดยตรง
      ในวันเปิดร้านแห่งแรก ผู้ก่อตั้งตั้งชื้อร้านที่แปลว่า กฏทอง เนื่องจากต้องการสร้างนโยบายในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับชื่อ  กฏทอง  นั่นคือ "จงปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่นเดียวกับที่เราต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา" เขาเชื่อมั่นว่า ถ้าธุรกิจของเขาสามารถสร้างขึ้นจากหลักนี้ได้แล้ว ธุรกิจจะก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ
     ในวันนั้น เค้ากล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่า "วันหนึ่งเราจะมีสาขามากกว่าสิบสาขา ในที่นี้ขอย้ำว่า จงปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่นเดียวกับที่เราต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา" ผู้ก่อตั้งได้วางแนวกรอบขององค์กรไว้ในยุค 20 แนวคิดนี้เป็นหลักการที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม 7 ข้อ ซึ่งเป็นหลักการที่สร้างความจงรักภักดีอย่างใหญ่หลวงจากพนักงงานและลูกค้า นับตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน และเป็นส่วสำคัญประการหนึ่งที่ส่งเสริมให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

     ตั้งแต่วันที่เปิดร้าน โดยใช้เงินเก็บส่วนตัว 500 เหรียญ และกู้ยืมอีก 2000 เหรียญ จนถึงวันครบรอบเปิดบริษัทครบ 90 ปี ซึ่งเป็นหลังจากผู้ก่อนตั้งคนนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว 21 ปี บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์รวม 15 พันล้าน มีพนักงานและผู้ร่วมเครือข่ายธุรกิจ 1900000 คน มีสาขากว่า 1300 สาขา ทั้งในและนอกประเทศ
   
     ความน่าในใจของธุรกิจนี้อยู่ที่ ทุกคนในกองค์กรตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงจนถึงพนักงานระดับล่างสุด ยังคงยึดมั่นในวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากตัวผู้ก่อตั้งโดยไม่ผิดเพียน ลูกค้าจะได้รับความพอใจเสมอ นโยบายทุกเรื่องจะต้องอยู่ในพื้นฐานของความถูกต้องและมนุษยธรรม พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการตัดสินใน
     แต่ก่อนจะจากกันนั้น ผู้ก่อนตั้งท่านนี้เองเคยประสบความล้มเหลวมาก่อน เพราะทำธุรกิจขายเนื้อ แต่มิใช่เพราะเค้าไรซึ่งความสามารถในการบริหารและจัดการ หรือขาดความชำนาญ แต่เป็นเพราะเค้าไม่ยอมติดสินบนให้กับพ่อครัวของโรงแรมที่เป็นแหล่งขายเนื้อของละแวกนั้น ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในการรับซื้อเนื้อ
 
   จากที่อ่านกันมาก็ขอสรุปให้เข้าใจกันง่ายๆว่า ถ้ามีผู้นำที่ดีแล้ว นำความดีทั้งหมดนั้นมาใช้ในการบริหารกิจการ ผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะซึมซับความดีและการวางรากฐานที่ดีเอาไว้ เป็นการกำหนดทิศทางให้กับองค์กร เพราะฉะนั้นก่อนที่จะไต่เต้าขึ้นไปอยู่ตำแหน่งระดับสูงๆ ไม่เพียงแค่มีความสามารถที่ยอดเยี่ยม แต่จำเป็นต้องมีความดี การยึดมั่นในการทำสิ่งที่ถูกต้อง มีความซื่อสัตย์ และยุติธรรมของผู้อื่น