แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิค แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิค แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2556

หลักการทำงาน : ชนะตนเองก่อนเข้าเส้นชัย


    วันนี้เรามาดูหลักการปฏิบัติตัวเป็นพนักงานที่ดี เพื่อเพิ่มรายได้ เพิ่มความสามารถ เพิ่มโอกาสกันดีกว่า วันนี้จะมาลองเล่าเรื่องของ นายพลแม็คอาเธอร์ ผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ได้รับการขนานนามว่ามีอุปนิสัยสร้างความประทับใจแก่คนอื่นมากที่สุด คือ สามารถควบคุมตัวเองได้ดีเยี่ยม เป็นคนสุขุม มั่นคง ไม่หวั่นไหว เมื่อใกล้เสียชีวิตได้อวยพรแก่ลูกชายว่า "ขอให้ลูกของพ่อมีจิตใจที่ผ่องใส มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร ขอให้คุณสมบัติเหล่านี้อยู่ในตัวลูก ก่อนลูกต้องไปปกครองคนอื่นเถิด คุณสมบัติเหล่านี้จะทำให้ลูกรุดหน้าโดยไม่ลืมอดีต"
    
     คำอวบพรของท่านมีความหมายมาก ชี้ให้เห็นว่าคนที่จะประสบความสำเร็จนั้น จะต้องมีองค์ประกอบสำคัญคือ มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ประกอบไปด้วยจิตใจที่ผ่องใส อันนำไปส่งความคิดลวกและสติ ความมีเหตุผล หาทั้งสองลักษณะนี้อยู่ในตัวเรา จะก่อบุคลิกของเราให้ดำเนินความมั่งคน ซึ่งยังเป็นการแสดงออกว่าเราเป็นเจ้าคนนายคนได้ ตรงกับคำกล่าวที่ว่าคนที่ก้าวขึ้นมาเป็นเจาคนนายคนนั้น ควรเริ่มต้นจากการเป็นเจ้านายของตนเองก่อน

นโปเลียน ฮิลล์ ได้กล่าวถึงคุณสมบัติของคนที่ประสบความสำเร็จไว้ว่า “ต้องรู้จักควบคุมความคิดและหัวใจของตนเองไว้ตลอดเวลา” ดังนั้นคนที่ต้องการประสบกับความสำเร็จของชีวิตควรรู้จักควบคุมตนเองให้ได้ซะก่อน มีหลักง่ายๆดังนี้
·        ยึดมั่นในเป้าหมาย หมายความว่าควรตั้งเป้าหมายในการทำงาน ใช้ชีวิตที่ชัดเจน และปูทางให้เราสามารถไปยังเป้าหมายที่วางไว้ได้ โดยใช้เป้าหมายเป็นตัวกำจัดอุปสรรค ความผิดพลาด ความล้มเหลว
·        ใช้เหตุผลก่อนอารมณ์ หมายความว่า เราต้องควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ได้ เมื่อเริ่มมีอรมณ์โกรธควรตั้งสติให้มั่งคง พร้อมทั้งหาเหตุผล และระงับความโกรธไป
·        ทำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม การตัดสินใจไม่ว่าเรื่องอะไรควรเหามาะสมและสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวที่ตั้งไว้ โดยมิให้ความต้องการหรือผลประโยชน์ระยะสั้นมาขัดขวางได้


ดังนั้นการที่เราทุกคนปรารถหนทางแห่งความสำเร็จจึงควรตระหนักเรื่องนี้ให้มาก ความสุขุมเยือกเย็น การควบคุมตนเองได้ของเราเป็นพฤติกรรมที่จะช่วยให้เราได้รับการยอมรับจากคนอื่น

วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

หลักการทำงาน : บ่มเพาะนิสัยในการพัฒนาตนเอง

ตอนแรก เราเป็นคนสร้างนิสัย แต่หลังจากนั้นนิสัยจะสร้างความเป็นตัวเรา จนพยายามเอาชนะนิสัยที่ไม่ดี ถ้าไม่สามารถทำได้แล้วไซร้ นิสัยเหล่านั้นก็จะชนะเรา
     
   นี่เป็นคำพูดของ รอบ กิลเบิอร์ต ซึ่งเป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เมื่อเราเติมโตขึ้น เราจะแทบไม่สามารถแยกแยะออกได้ว่านิสัยของเรากับความเป็นตัวของเรานั้น ต่างกันตรงไหนบ้าง เพราะมันได้ผสมกลมกลืนกันจนเป็นตัวของเราแล้ว
        นิสัยเกิดขึ้นจากการที่เราทำสิ่งใดๆซ้ำๆ ในรูปแบบเดิมๆ จนกลายเป็นความเคยชิน เช่น นอนตื่นสายทุกวัน เป็นคนที่ผัดวันประกันพรุ่ง เป็นคนที่เห็นอกเห็นใจคนอื่น ชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ หรือเป็นคนที่โกหกแก้ตัวเสมอถ้าถูกจับได้ว่าทำผิด หรือเป็นคนที่ตรงเวลา นัดอะไรไม่เคยมาทันเลยซักครั้งเดียว เป็นต้น

       นิสัยเหล่านั้นเองที่กำหนดความเป็นตัวตนของเรา ในการทำสิ่งต่างๆตั้งแต่วิธีคิด ค่านิยม วิธีการดำเนินชีวิต รูปแบบพฤติกรรม รวมไปถึงสักษณะของการทำงานของเราด้วย นิสัยนี้เองทีทำให้คนเราแตกต่างกันไปในเวลาทำงาน เช่น คนที่มีนิสัยรอบคอบเวลาทำงานก็จะคอยตรวจทานทุกสิ่งอย่างละเอียด คนที่มีนิสัยสบายๆ มันไม่ชอบทำงานหนักหรือทำงานล่วงเวลา นิสัยขาดความอดทนจะไม่สามารถรับแรงกดดันหรือปัญหาที่เข้ามาได้ เป็นต้น

     นิสัยที่เอื้อต่อการประสบความสำเร็จในการทำงานคือ มีวินัย รับผิดชอบ มุ่งมั่น ขยัน เอาจริงเอาจัง รักการเรียนรู้ รอบคอบ ซื่อสัตย์ รักษาสัญญา รับความดีเลิศ ทำงานเป็นทีม อดทน คิดสร้างสรรค์ และชอบแก้ปัญหา
 
    ส่วนนิสัยที่เป็นอุปสรรคการทำงานได้แก่ เห็ฯแก่ตัว ไม่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น เกรียจคร้าน เย่อหยิ่ง แก้ตัว ผัดวันประกันพรุ่ง รักสบาย ไม่รักการเรียนรู้
 
   นิสัยต่างๆเหล่านี้ส่งผลต่อความเก้าหน้าในการทำงานได้ ดังนั้นเราควรสำรวจว่าเรามีอะไรที่ยังไม่ดี ต้องแก้ไขกันบ้างและพยายามพัฒนาเปลี่ยนนิสัยของเราให้เป็นไปตามนั้น ซึ่งจะทำได้โดย


  • ความคิด ความคิดเป็นตัวกำหนดตัวตนของเรา ทั้งนิสัย พฤติกรรม และค่านิยม ดังนั้นหากเราต้องการเปลี่ยนแปลงจึงต้องเริ่มที่ปรับความคิดของเราให้ดีซะก่อน ซึ่งต้องเริ่มจากการ ปฏิเสธนิสัยที่ไม่ดีของตัวเรา และพยายามทำนิสัยที่ดีบ่อยๆจนกลายเป็นนิสัยของเราจริงๆ  
  • ความตั้งใจ การเป็นคนใหม่นั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเปลี่ยนแปลงตัวเอง แก้นิสัยเดิมๆ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ถ้ามีแต่ความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแค่นั้น ดังนั้นเราต้องอาศัยความตั้งใจของเราเพื่อให้ความคิดของเราเป็นจริง
  • วินัย  เราสามารถทำอะไรเป็นนิสัยได้ถ้าเราพยายามทำสิ่งนั้นต่อเนื่องกันมากกว่า 45 วัน มันจะกลายเป็นนิสัยเราได้ คำพูดนี้เป็นผลการวิจัยทางการแพทย์ที่ได้กล่าวไว้ ดังนั้น เราจำเป็นต้องฝึกนิสัยใหม่ โดยทำเป็ฯประจำจนเกิดความเคยชิน
  • พยายาม การทำอะไรก็แล้วแต่โดยเฉพาะการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นนั้นย่อมไม่ง่าย หลายคนล้มเหลวเพราะไม่สามารถทำต่อได้ ดังนั้นคนที่อดทนและพยาายามจะเป็นคนที่สำเร็จได้
    สุดท้ายเราต้องตระหนักว่า ความสำเร็จของชีวิตนั้น อยู่ที่นิสัยของเราซะมากกว่าการศึกษา ความรู้ที่มี ซึ่งเป็นสิ่งที่พัฒนาได้ยาก แต่ก็หวังว่าจะพยายามทำกัน

 

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

หลักการทำงาน : รวยความซื่อสัตย์ มั่นคงกว่า

กำแพงเมืองจีน หนุ่งในสุดยอดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มนุษย์ได้สร้างขึ้น กล่าวกันว่าต้องใช้เงินและแรงงานคนจำนวนมหาศาลในการก่อสร้าง ด้วยหวังว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้วความยิ่งใหญ่ของแพแพงจะช่วยป้องกันอาณาจักรจีนจากผู้เข้ามารุกรานได้ แต่ปรากฏว่า ข้าศึกสามารถเค้ามาโจมตีเมืองได้ถึงสามครั้งด้วยกัน โดยไม่ได้ทำลายกำแพงเมืองเสียหายแต่อย่างใด เพื่อพิจรณาจากประวัติศาสตื์แล้ว การที่ผู้รุกรานสามารถเข้าาเมื่องได้ด้วยวิธีง่ายๆ โดยไม่ต้องออกแรงทำลายกำแพงเลยนั้น เป็นเพราะว่าได้ติดสินบนทหายยามที่เฝ้าประตูอยู่ ทำให้สามารถเข้าโจมตีเมืองได้อย่างง่ายได้

   
      ความล้มเหลวของกำแพงเมืองจีนอยู่ที่ไหน? คาดว่าหลายคนคงพอรู้คำตอบแล้ว มันอยู่ที่ลักษณะนิสัยของชีวิตคนยังไม่เหมาะสมมากพอที่จะทำให้กำแพงเมืองจีนบรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้สร้างมาเพื่อการณ์นั้นนั่นเอง ประวัติศาสตร์มักให้บทเรียนแก่เราเสมอ ในเรื่องนี้ก็เช่นกันเพียงเพราะคนไม่กี่คนขาดความซื้อสัตย์ มีแต่ความละโมบ เห็นแก่ทรัพย์สินเงินทองมากกว่าชาติของตนนั้น ก็สามารถทำลายชาติของตนเองด้วยมือคนกลุ่มเล็กๆได้ แม้จะสร้างเกราะป้องกันหนาแน่นอย่างไรก็ตามที



         คนที่ไม่ซื่อสัตย์ มักสร้างความเสียหายอันยิ่งใหญ่ได้เสมอ
         ดังนั้นการเลือกบุคคลมาร่วมการกังองค์กรด้วยความไม่รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน จึงจำเป็นต้องพิจารณาที่ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถในสาขาที่ต้องการ แต่ถ้าเป็นไปได้แล้วไซร้ผู้บริหารทุกคนจะพยายามเลือกคนที่มีความซื่อสัตย์เป็นองค์ประกอบสำคัญด้วย ทั้งนี้เพราะความซื่อสัตย์เป็นองค์ประกอบสำคัญไม่น้องว่าบุคคลนั้นจะสามารถไว้ใจได้มากขนาดไหน ไม่คดโกงเอาผลประโยชน์ใส่ตน เป็นคนที่จะทำให้บริษัทเจริญก้าวหน้าได้

         นิสัยที่บ่งบอกถึงความไม่ซื่อสัตย์ได้แก่ เกรียดคร้านรักความสบาย ความละโมบ ความเห็นแก่ตัว นิสัยเหล่านี้เป็นต้นเหตุแห่งความไม่ซื่อสัตย์ได้เพราะการกระทำเช่น มาสาย โกงเวลาทำงาน หยิบฉวยอุกกรณ์กลับบ้าน ไม่รับผิดชอบงาน ใส่ร้ายคนอื่น ไปจนถึงเอาเวลางานเพื่อทำงานส่วนตัว แอบหาประโยชน์ส่วนตัวทำให้องค์กรเสียหาย

        การดำเนินชีวิตอย่างไม่ซื่่อสัตย์จะกลายเป็นความน่าเศร้าในระยะยาว ความไม่ซื่อสัตย์เป็นเสมือนหนามเล็กๆที่คอยทิ่มแทงจิตใจ เพราะรู้อยู่่าตนเองทำผิด จึงกลับว่าจะมีคนมาล่วงรู้และจับได้
     
       คนเราควรมีแรงบันดาลใจให้อยากเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์ โดยตั้งคำถามกับตนเองว่า "เราอยากประสบความสำเร็จในระยะยาวหรือสั้น" ความสำเร็จที่ยั่งยืนได้เริ่มจากความตั้งใจจริงที่จะเอาชนะความฉ้อฉลที่สามารถเกิดขึ้นในจิตใจเราได้ทุกเมื่อ

วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หลักการทำงาน : ความดีของผู้นำ ความสำเร็จที่ยั่งยืน

ผู้จัดการร้านนึง ถูกตำหนิจากประธานบริษัท มิใช่เพราะเค้าเกรียจคร้าน ไม่ตั้งใจทำงาน หรือทำให้ผลประกอบการขาดทุน ตรงข้ามเค้าถูกตำหนิ เนื่องจาทำกำไรมากเกินไปน เป็นการไม่ยุติธรรมต่อลูกค้าค้า

       ตัวอย่างข้างต้นนั้นเป็นวัฒนธรรมองค์กรของบริษัท เจ ซี เพนนี บริษัทยักษ์ใหญ่อันนึงจากประเทศอเมริกา บริษัทนี้มีวัฒนธรรมดี ได้รับการถ่ายทอดจากผู้ก่อตั้งโดยตรง
      ในวันเปิดร้านแห่งแรก ผู้ก่อตั้งตั้งชื้อร้านที่แปลว่า กฏทอง เนื่องจากต้องการสร้างนโยบายในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับชื่อ  กฏทอง  นั่นคือ "จงปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่นเดียวกับที่เราต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา" เขาเชื่อมั่นว่า ถ้าธุรกิจของเขาสามารถสร้างขึ้นจากหลักนี้ได้แล้ว ธุรกิจจะก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ
     ในวันนั้น เค้ากล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่า "วันหนึ่งเราจะมีสาขามากกว่าสิบสาขา ในที่นี้ขอย้ำว่า จงปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่นเดียวกับที่เราต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา" ผู้ก่อตั้งได้วางแนวกรอบขององค์กรไว้ในยุค 20 แนวคิดนี้เป็นหลักการที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม 7 ข้อ ซึ่งเป็นหลักการที่สร้างความจงรักภักดีอย่างใหญ่หลวงจากพนักงงานและลูกค้า นับตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน และเป็นส่วสำคัญประการหนึ่งที่ส่งเสริมให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

     ตั้งแต่วันที่เปิดร้าน โดยใช้เงินเก็บส่วนตัว 500 เหรียญ และกู้ยืมอีก 2000 เหรียญ จนถึงวันครบรอบเปิดบริษัทครบ 90 ปี ซึ่งเป็นหลังจากผู้ก่อนตั้งคนนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว 21 ปี บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์รวม 15 พันล้าน มีพนักงานและผู้ร่วมเครือข่ายธุรกิจ 1900000 คน มีสาขากว่า 1300 สาขา ทั้งในและนอกประเทศ
   
     ความน่าในใจของธุรกิจนี้อยู่ที่ ทุกคนในกองค์กรตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงจนถึงพนักงานระดับล่างสุด ยังคงยึดมั่นในวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากตัวผู้ก่อตั้งโดยไม่ผิดเพียน ลูกค้าจะได้รับความพอใจเสมอ นโยบายทุกเรื่องจะต้องอยู่ในพื้นฐานของความถูกต้องและมนุษยธรรม พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการตัดสินใน
     แต่ก่อนจะจากกันนั้น ผู้ก่อนตั้งท่านนี้เองเคยประสบความล้มเหลวมาก่อน เพราะทำธุรกิจขายเนื้อ แต่มิใช่เพราะเค้าไรซึ่งความสามารถในการบริหารและจัดการ หรือขาดความชำนาญ แต่เป็นเพราะเค้าไม่ยอมติดสินบนให้กับพ่อครัวของโรงแรมที่เป็นแหล่งขายเนื้อของละแวกนั้น ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในการรับซื้อเนื้อ
 
   จากที่อ่านกันมาก็ขอสรุปให้เข้าใจกันง่ายๆว่า ถ้ามีผู้นำที่ดีแล้ว นำความดีทั้งหมดนั้นมาใช้ในการบริหารกิจการ ผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะซึมซับความดีและการวางรากฐานที่ดีเอาไว้ เป็นการกำหนดทิศทางให้กับองค์กร เพราะฉะนั้นก่อนที่จะไต่เต้าขึ้นไปอยู่ตำแหน่งระดับสูงๆ ไม่เพียงแค่มีความสามารถที่ยอดเยี่ยม แต่จำเป็นต้องมีความดี การยึดมั่นในการทำสิ่งที่ถูกต้อง มีความซื่อสัตย์ และยุติธรรมของผู้อื่น

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

8 เทคนิคหางานให้ได้อย่างใจ

      คงมีหลายครั้งที่คุณนึก อยากเปลี่ยนงาน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากแต่การหางานที่ดีกว่าเดิม งานที่คุณทำแล้วมีความสุข หรืองานที่เหมาะกับคุณจริง ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะยากจนเกินไป แค่ว่าต้องมีการเตรียมพร้อมกันเล็กน้อยก่อนจะเริ่มหางานใหม่ที่คุณต้องการ

หากคุณกำลังคิดถึงเรื่องการเปลี่ยนงานอยู่ละก็ คุณควรแจกแจงดูก่อนว่าคุณมีปัญหาอะไรบ้างกับงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน และควรดูให้มั่นใจว่าปัญหาเหล่านั้นคุณไม่สามาถที่จะแก้ไขได้จริง ๆ 
ก่อนที่จะตัดสินใจลาออก คุยกับเจ้านายดูก่อน นั่นก็เพราะว่า บริษัทที่มีความก้าวหน้ามักรู้ดีว่าพนักงานที่มีความมุงมั่นในชีวิตนั้นสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของบริษัท ซึ่งหมายถึงว่า เจ้านายของคุณอาจจะยอมอ่อนข้อมางอนง้อให้คุณอยู่ทำงานที่เดิมต่อไป หากว่าเขารู้ความต้องการที่แท้จริงของคุณ

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีหนทางไหนที่จะทำให้คุณรู้สึกมีความสุขกับการทำงานที่นั่นแล้วละก็ คงถึงเวลาที่คุณจะมองหางานใหม่ และนี่คือ กลเม็ด 8 ข้อ ซึ่งจะช่วยให้การเปลี่ยนงานของคุณราบรื่น เหมือนกับโรยด้วยกลีบกุหลาบ 

1. รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
วิเคราะห์เจาะลึกถึงความรู้ความสามารถ และทักษะทุกอย่างที่ตัวเองมี จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่าน ๆ มา เรื่องนี้นับว่าสำคัญมาก เพราะมันจะทำให้คุณรู้ว่างานแบบไหนที่จะเหมาะกับความเป็นคุณมากที่สุด เมื่อรู้แล้วก็คิดดูอีกทีว่า ทักษะไหนที่คุณมี และสามารถนำไปใช้ในงานใหม่ได้บ้าง หาจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง 
ทีนี้คุณจะได้รู้ว่าหน้าที่ความรับผิดชอบแบบไหนกันแน่ที่ทำแล้วจะมีความสุขที่สุด 

2. เตรียมใจกับเงินเดือนที่ (อาจจะ) ลดลง
บางครั้งการได้งานใหม่ที่จ่ายงามกว่าเดิมไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้คุณมีความสุขจริง ๆ เพราะมันอาจจะเป็นงานที่คุณไม่ได้รักที่จะทำสักเท่าไหร่
หากคุณเป็นหนึ่งในประเด็นที่เรากล่าวถึง เตรียมใจไว้กับการที่อาจจะต้องรับเงินเดือนต่ำลงกว่าเดิม หากงานที่คุณอยากทำจริง ๆ ไม่ได้ทำรายได้ดีนัก 
ลองมองในอีกแง่ว่า การที่คุณมีความสุขกับการทำงานมีคุณค่ากว่าเงินทองเป็นไหน ๆ และยิ่งคุณมีความสุขเท่าไหร่ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในงาน ก็จะมีมากเท่านั้น ..แล้วอย่างนี้ เงินทองที่ว่าจะไปไหนเสีย

3. หาข้อมูลของสายงานที่คุณสนใจ
สมัยนี้แหล่งข้อมูลนั้นมีมากมายทั้งนิตยสาร, หนังสือพิมพ์ แถมด้วยอินเทอร์เน็ต ที่จะช่วยให้คุณได้รู้รายละเอียดของสายงานที่สนใจ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อให้แน่ใจว่า งานที่คุณคิดว่าเหมาะกับคุณนั้น เป็นงานที่ใช่จริง ๆ หรือเปล่า

4. สร้างสายสัมพันธ์ในสายงาน
ลองนึกดูสิว่าในสายงานที่คุณสนใจ มีใครที่คุณเข้าไปคุยด้วยได้บ้าง เพื่อน, ญาติพี่น้อง, หรือคนที่เคยรู้จักจากหน้าที่การงาน ฯลฯ หาโอกาสไปพูดคุยกับคนเหล่านี้ ถามพวกเขาถึงความรู้ความสามารถที่ต้องมีในสายงาน หากไม่รู้จักใครเลย การเข้าร่วมในชมรม, สมาคม หรือแม้กระทั่งเว็บบอร์ดของคนในสายงานนั้น ๆ ก็เป็นไอเดียที่ดีที่อาจทำให้คุณได้พบปะสนิทสนมกับคนในแวดวง อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อให้มีแบ็คกราวน์ติดตัวพอน่าเชื่อถือ 

5. หาทางเชื่อมสัมพันธ์กับบริษัทในฝัน
แม้ว่างานที่คุณสนใจอาจจะยังไม่ได้เปิดรับสมัคร ก็ไม่เสียหลาย หากคุณจะเริ่มทำความรู้จักกับบริษัทที่คุณหมายตาไว้ก่อน อาจจะด้วยวิธีเข้าไป สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่คุณสนใจ หรือกิจการของบริษัทนั้น ๆ เพื่อที่ว่าเมื่อถึงยามที่คุณมาสมัครงานนั้น ๆ เข้าจริง ๆ พวกเขาจะรู้สึกคุ้นเคยกับคุณ และเชื่อมั่นว่าคุณสนใจในงานนั้นจริง ๆ และนั่นจะทำให้คุณมีภาษีดีกว่าผู้สมัครรายอื่น ๆ 

6. สมัครเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานชั่วคราว หรือขอฝึกงานฟรี ๆ ไปเลย
วิธีนี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับงานหลากหลายรูปแบบ รวมถึงได้เรียนรู้ถึงการทำงานในองค์กรที่แตกต่างกันทั้งสไตล์การทำงาน, ขนาดของบริษัท และบรรยากาศในที่ทำงาน ซึ่งจะทำให้คุณรู้ได้ในทันทีว่างานแบบไหนที่เหมาะกับคุณ ก่อนที่จะถลำตัวเข้าไปเซ็นสัญญาทำงานแบบจริง ๆ จัง ๆ 

7. สร้างเสริมในส่วนที่ขาด
ถามตัวเองดูอีกทีว่า มีสิ่งไหนที่คุณยังขาดสำหรับการทำงานในสายงานที่ชอบ หาวิธีชดเชยแก้ไขหากคุณคิดว่ามันจำเป็นจริง ๆ อาจจะด้วยการเรียนเพิ่มเติมในคอร์สเร่งรัดสั้น ๆ หรือฝึกฝนด้วยตนเองหากทำได้ 

8. เน้นจุดเด่นให้ต้องตากรรมการ
หากคุณรู้ว่าทักษะไหนในงานที่เจ้านายใหม่ของคุณมองหาอยู่ และเป็นสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วละก็ เน้นตรงจุดนั้นในจดหมายสมัครงานไปเลย 
การที่คุณไม่มีประสบการณ์ในสายงานนั้น ๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีคุณสมบัติในการทำงานดังกล่าว ใครจะรู้ คุณสมบัติที่คุณมีในงานเดิม อาจจะช่วยเสริมส่งให้ทำงานใหม่ได้ดียิ่งขึ้นก็ได้ 
ดังนั้น ..ไม่ว่าคุณจะมีทักษะอะไร อย่าละเลยเพราะเห็นว่าไม่สำคัญ หรือไม่เกี่ยวกับสายงานเป็นอันขาด

ยังมีงานอีกมากมายรอคุณอยู่ข้างนอก เพียงแต่คุณต้องตั้งความหวังในสิ่งที่เป็นไปได้ และเชื่อว่าคุณจะทำได้จริง ๆ จำไว้ว่าคนเรามีทักษะ และพรสวรรค์ไม่เหมือนกัน ดังนั้นอย่าตัดสินใจเลือกสายงานตามคนอื่น ..แต่จงเลือกในสิ่งที่คุณเป็น แล้วคุณจะได้งานที่เหมาะกับคุณจริง ๆ 

ที่มา:http://www.jobroads.net/article/ViewArticle.asp?ID=334