- กดดันด้วยเวลา
- คนเราจะมีความยืดหยุดขึ้นเมื่่อถูกจำกัดเวลา เคสนี้มีสาเหตุมาจาก
- เลื่อนขั้นให้กับพนักงานที่เคยทำตำแหน่งนี้ แต่จะย้ายได้ต่อเมื่อมีคนมาแทน
- หาคนมานานและยังไม่ได้
- คนที่ทำอยู่ก่อนทำได้ไม่ดีนัก
- บางคนจะยอมรับการให้เงินเดือนอีกคนต่อเมื่อทำใจได้แล้วว่าเค้าเหมาะกับเงินเดือนที่ได้จริงๆ
- ถ้าเราพยายามต่อรองนานๆ เค้าอาจจะใจอ่อนยอมให้เพราะเสียเวลาให้คุณมานานแล้ว ถ้ายังไม่ได้อีกนี่ก็เสียเวลาใช่เหตุ
- กดดันด้วยข้อมูล
- หาคนมานานหรือยัง
- ถ้านานเราย่อมมีโอกาสต่อรองได้มาก
- คนก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร
- โดนไล่ออกหรือเลื่อนตำแหน่งไป
- จำนวนผู้สมัคร
- ยิ่งน้อยเรายิ่งมีโอกาส
- สาเหตุที่ก่อนหน้านี้ไม่มีคนผ่าน
- คุณสมบัติไม่ครบ
- ความสามารถไม่ถึง
- กดดันโดยแสดงว่าพร้อมที่จะไปที่อื่น
blog สำหรับคนหางานและทำงาน มีทั้ง เทคนิคหางาน สมัครงาน หางาน สัมภาษณ์งาน ต่อรองเงินเดือน เพิ่มเงินเดือน การตอบคำถามเวลาสัมภาษณ์ การทำงานให้ดี วางตัวในที่ทำงาน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินเดือน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินเดือน แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556
ต่อรองเงินเดือน (6)
ถ้าผู้จ้างไม่ยอมโอเคกับเงินเดือนที่คุณขอ และใช้วิธียือเวลาออกไปเรื่อยๆ เราจะแก้ปัญหายังไงดี มาดูกันเลย
วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2556
ต่อรองเงินเดือน (5)
จากโพสที่แล้ว ได้นำเสนอถึงวิธีการไปคุยเพื่อขึ้นเงินเดือน
คราวนี้เราจะมาดูกันว่า แล้วถ้าทางนั้นตอบปฏิเสธล่ะจะทำยังไงดี
ก็ต้องเตรียมข้อมูลว่าเราควรพูดอะไรออกไป ส่วนมากหัวข้อที่มักจะยกมาอ้างกันได้แก่
นอกจากเรื่องนี้แล้วระหว่างคุยกันนั้นก็ควรระวังเรื่อง
คราวนี้เราจะมาดูกันว่า แล้วถ้าทางนั้นตอบปฏิเสธล่ะจะทำยังไงดี
ก็ต้องเตรียมข้อมูลว่าเราควรพูดอะไรออกไป ส่วนมากหัวข้อที่มักจะยกมาอ้างกันได้แก่
- ปีนี้ผลประกอบการไม่ดี
- อันนี้ถ้าเรารู้กันอยู่ว่าไม่จริง (ยังจะพูดออกมาได้หนอ) ก็ลองเอาข้อมูลผลประกอบการมาถกกันตรงๆดู เช่น แต่ปีนี้เราปันผลหุ้นเยอะที่สุดทั้งแต่เปิดบริษัทมาเลยนะครับ เป็นต้น
- ผลงานของคุณยังไม่ได้ตามเป้าที่ควรจะได้
- เคสนี้คนฟังคงเหนื่อยใจ ทำงานแทบตาย โอทีก็ไม่ได้ งานก็ทำเกินความรับผิดชอบ ยังจะมาพูดว่าผลงานไม่ได้ตามเป้าอีก เคสนี้ต้องนี่เลย เตรียมไล่ว่าทำอะไรลงไปบ้างไว้เป็นข้อมูลมานั่งยันนอนยันกัน แต่ถ้าทำงานไม่ได้ตามเป้าจริงๆก็ควรหาเหตุผลมารอรับ เช่นให้งบมาไม่พอ ให้เวลามาน้อยเกินไปเป็นต้น
นอกจากเรื่องนี้แล้วระหว่างคุยกันนั้นก็ควรระวังเรื่อง
- ประเด็นในการสนทนา ไม่ใช่คอยกังวลว่าหัวหน้าคิดยังไงอยู่
- อย่าเอาคำพูดอีกฝ่ายมาคิดมากนัก ถ้าเค้าจะวิจารณ์ผลงานหรือวิธีการทำงานของคุณไม่ดี ก็ไม่ได้หมายความว่าเค้าว่าคุณไม่ดี
- หัวเสียบ้างไม่เป็นไร แต่อย่างไรก็ตามทำแต่พองามไม่ใช่ถึงกับวีนแตก
ต่อรองเงินเดือน (4)
เมื่ออยากได้เงินเดือนขึ้นนั้น ควรเลือกคุยกับคนที่ทำได้เพียงแค่ปฏิเสธเรา เช่นเดียวกับการที่เราไปไปซุปเปอร์มาเก็ตแล้วขอให้พนักงานเก็บเงินลดราคาสินค้าให้ เพราะฉะนั้นอย่างแรกที่จะต้องคำนึงเลยก็คือ "คนที่จะไปคุยด้วยนั้นสามารถสามารถเพิ่มเงินเดือนให้คุณได้หรือไม่ หรือต้องส่งเรื่องให้คนอื่นก่อน" ถ้าเป็นข้อหลังก็ต้อง
- ข้ามไปคุยกับคนที่สูงกว่า
- อันนี้อัตรายอาจส่งผลเสียต่อคุณ
- ขอคุยกับคนที่จะคุยพร้อมกับคนที่สูงกว่า
- อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยของหัวหน้าคุณ ถ้าเป็นคนกันเองๆก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าไม่ก็อย่าได้ทำเลยเพราะนอกจากเงินเดือนจะไม่ขึ้นแล้ว เผลอๆคำแหน่งจะลดลงอีก
- พยายามทำให้คนนั้นเห็นควรว่าควรขึ้นเงินเดือนให้คุณ
- อันนี้น่าจะดีสุด คือให้หัวหน้าเห็นควรว่าควรขึ้นเงินเดือนคุณได้แล้ว ถ้าเกิดหัวหน้าคุณกล่าวอ้างถึงคนอื่นว่าต้องคนนั่นคนนี้อนุมัติก่อน ก็ควรลองเปรยไปประมาณว่า หัวน้าของคุณนั้นเป็นคนที่ได้รับการนับหน้าถือตา ถ้าหัวหน้าพูดกับคนเพิ่มเงินเดือนเลยน่าจะได้ทันที
วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2556
ต่อรองเงินเดือน (3)
ผลประโยชน์ร่วมแบบ win win
เคยไม๊ไปขอเพิ่มเงินเดือนจากเจ้านายแล้วเจ้านายก็ไม่ให้ ทั้งๆที่มันสมควรแก่เวลาแล้ว ทั้งๆที่ผลงานของเราก็เป็นที่ประจักษ์แกสายตานายเองแล้วก็ตาม แล้วทำอย่างไรดีล่ะ เงินเดือนก็อยากได้เพิ่ม แต่เค้าก็ไม่ให้ วันนี้ขอมานำเสนอวิธีว่าจะทำอย่างไร ถึงเพิ่มเงินเดือนได้กัน ปกตินายจ้างจะไม่เห็นค่าของบุคลากรเท่าใดนัก และก็คงคิดไม่ตกว่าจะเพิ่มเงินเดือนเพื่ออะไร แต่เค้าเหล่านั้นหารู้ไม่ว่าเราทำอะไรให้เค้าบ้างในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นเราควรเตรียม
เคยไม๊ไปขอเพิ่มเงินเดือนจากเจ้านายแล้วเจ้านายก็ไม่ให้ ทั้งๆที่มันสมควรแก่เวลาแล้ว ทั้งๆที่ผลงานของเราก็เป็นที่ประจักษ์แกสายตานายเองแล้วก็ตาม แล้วทำอย่างไรดีล่ะ เงินเดือนก็อยากได้เพิ่ม แต่เค้าก็ไม่ให้ วันนี้ขอมานำเสนอวิธีว่าจะทำอย่างไร ถึงเพิ่มเงินเดือนได้กัน ปกตินายจ้างจะไม่เห็นค่าของบุคลากรเท่าใดนัก และก็คงคิดไม่ตกว่าจะเพิ่มเงินเดือนเพื่ออะไร แต่เค้าเหล่านั้นหารู้ไม่ว่าเราทำอะไรให้เค้าบ้างในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นเราควรเตรียม
- แผนงานแสดงว่าปีหน้าจะทำอะไรบ้าง
- เราสามารถทำอะไรเพิ่มได้บ้างถ้าได้เลื่อนตำแหน่ง
- บริษัทจะได้อะไรจากการที่เราทำแผนนั้นๆ
- ลองเสนอว่าถ้าปีหน้าบริษัททำกำไรเพิ่มจากงานที่เราทำ ซึ่งแสดงว่าเรามีความมั่นใจว่างานที่ทำนั้นมีประสิทธิภาพจริงและได้ผลจริงๆ
- พยายามไม่กลัวหัวหน้า หรือกลัวผู้ที่เราจะไปต่อรองเงินเดือนด้วย
- อย่ากลัวว่าทำไปแล้วจะถูกลดตำแหน่งหรือดองไว้
- หาข้อมูลของบริษัทเพิ่มเติม
ต่อรองเงินเดือน (2)
คราวที่แล้วได้เกริ่นไปแล้วว่าคอนเซปการต่อรองเงินเดือนเป็นยังไงที่นี้ เรามาดูว่าทางเลือกที่เรามีนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง
- เตรียมตัวลาออกถ้าไม่ได้ขึ้นเงินเดือนหรือไม่ได้รับเงินเดือนตามต้องการ
- เป็นวิธีการยอดนิยม แต่ก็เสี่ยงพอสมควร แต่ไหนๆคนเราก็เกิดมาบนความเสี่ยงแล้วก็ลองเสียงดูกันเถอะถ้าไม่ได้ขึ้นเงินเดือนจริงๆอีกก็ต้องมาดูถึงเหตุผลกันแล้วว่าเป็นเพราะอะไร อย่างไรก็ควรจะ win win ทั้งสองฝ่าย บริษัทอาจจะมีผลประกอบการณ์ที่แย่ในปีนั้นจนไม่สามารถขึ้นเงินเดือนให้เท่าที่คุณต้องการได้ อันนี้ก็ต้องให้อภัยกันหน่อย
- มีงานหรือผู้จ้างที่ใหม่รอไว้แล้ว
- อันนี้ออกแนวเตรียมออกไปแล้วนะ จะจ่ายเพิ่มไม๊ ไม่จ่ายก็ไปล่ะไม่ง้อแล้ว เป็นทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น และอาจทำให้ผู้จ้างทั้งเก่าและใหม่แข่งกันกันต่อรองเงินเดือนก็เป็นได้ แต่อย่างพึ่งมองแต่การเพิ่มเงิน การเดินทาง งานที่ทำ บรรยากาศก็เป็นปัจจัยแห่งการทำงาน ถ้าได้งานที่เงินเดือนดี มีหน้ามีตาแต่ทำไปแล้วไม่มีความสุขก็ไม่ควรฝืนทำ
- เรามีความสามารถที่ผู้อื่นไม่มี
- คนเก่งหาตัวจับยาก ทำงานได้ดี เร็ว ถูกต้อง สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี หรือมีความรู้เฉพาะทางที่คนในบริษัทไม่รู้ หรือไม่สามารถทำได้
- เราสามารถทำงานที่ผู้อื่นไม่สามารถทำได้
- การที่เราสามารถทำงานที่คนอื่นไม่สามารถทำได้ ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญเท่าไหร่ เราก็จะมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้น
- งานที่เราทำนั้นยากง่ายเพียงใด
- ยิ่งเป็นงานที่คนส่วนมากทำไม่ได้ เช่นหมอผ่าตัดกับหมดรักษาโรคทั่วๆไป เราก็จะมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้น
- มีคนเป็นงานนั้นๆมากน้อยแค่ไหน
- ยิ่งมีคนเป็นน้อย แต่ความต้องการมากเปรียบกับอุปสงค์ที่สูงแต่มีอุปทานตอนสนองต่ำ
สรุปได้ว่า
อำนาจของเรา = ทางเลือกที่มี + ความสามารถของเรา
อำนาจของผู้จ้าง = ทางเลือกที่มี + งานที่จะจ้างยากมากน้อยแค่ไหน
วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556
ต่อรองเงินเดือน (1)
อำนาจมาจากไหน
หลายๆคนเวลาหางานก็อยากรู้ว่าเอแล้วจะทำยังไงถึงได้เงินเดือนที่ดีที่สุด วันนี้ขอมานำเสนอการหาเงินดังนี้
กฏข้อแรกที่ทุกท่านควรจดจำไว้ไม่ว่าจะเป็นการต่อรองเรื่องอะไรก็ตาม อำนาจจะมากหรือน้อยนั้นมาจาก "ทางเลือกที่มีเปรียบเทียบกับคู่ต่อรอง" เพราะฉะนั้นสามารถสรุปได้ง่ายๆว่า คุณจะมีค่ามากน้อยเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้จ้างสามารถหาคนมาแทนคุณได้ยากขนาดไหน เงินเดือนของคุณจะมากจะน้อยนั้นก็ขึ้นอยู่กับอำนาจของคุณเช่นกัน แบ่งตามความสามารถของบุคคลนั้นๆหรือในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากมายในการกระทำการใดๆนั้น ทำให้อำนาจของหลายๆคนเปลี่ยนไป เช่น
- หมอรักษาคนไข้ธรรมดา กับ หมอรักษาโรคเฉพาะทาง
- ยามกับกล้องวงจรปิดที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ
- กระเป๋ารถเมล์กับเครื่องเก็บเงินอัตโนมัติ
- พนักงานต้อนรับของโรงแรมที่สามารถจัดการลูกค้าที่มีปัญหากับพนักงานต้อนรับธรรมดา
- โปรแกรมเมอร์ที่เขียนได้ 10 ภาษาอย่างยอดเยี่ยมกับโปรแกรมเมอร์ที่เขียนได้เพียงภาษาเดียว
- นักร้องที่มีชื่อเสียง กับนักร้องโนเนมที่มีเสียงดีกว่า
- แม่บ้านที่คุ้นเคยประวัติดี กับแม่บ้านที่มีประวัติไม่ดี
อย่างไรก็ตามเราก็ควรคำนึงถึงเรื่องอื่นๆ เช่นการเดินทาง สภาพแวดล้อมการทำงาน ความชอบงานที่จะทำ ไม่เช่นนั้นแล้วก็จะกลายเป็นว่าคุณไปทำงานโดยไม่มีความสุข ซึ่งจะทำให้ผลงานออกมาไม่ดี อย่างที่ สตีฟจ๊อบได้กล่าวไว้ว่า "เลือกงานที่คุณรักแล้วคุณจะไม่ต้องทำงานไปตลอดชีวิต" เพราะฉะนั้นอย่าลืมเลือกงานที่ชอบด้วย อย่ามั่วแต่อยากได้รายได้ดีๆแต่ทำงานไปแล้วไม่มีความสุข
หรือสรุปความได้ว่า
การต่อรองเงินเดือนนั้นส่วนมากถ้าไปสมัครงานนั้น ถ้าเรามีดีมีเด่นซักเรื่อง การต่อรองเงินเดือนนั้นก็ไม่ได้ยากอะไร วิธีก็ง่ายๆ ลดทางเลือกของผู้จ้างลงไป เพิ่มทางเลือกของตนเองขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นบทพูดสำหรับต่อรองเงินเดือนที่ได้ผล (แต่คุณต้องเก่งด้วยนะ) เดี๋ยวคราวหน้าจะมาแนะนำบทพูดสำหรับเตรียมของเงินเดือนกันต่อไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
