วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หลักการทำงาน : ความดีของผู้นำ ความสำเร็จที่ยั่งยืน

ผู้จัดการร้านนึง ถูกตำหนิจากประธานบริษัท มิใช่เพราะเค้าเกรียจคร้าน ไม่ตั้งใจทำงาน หรือทำให้ผลประกอบการขาดทุน ตรงข้ามเค้าถูกตำหนิ เนื่องจาทำกำไรมากเกินไปน เป็นการไม่ยุติธรรมต่อลูกค้าค้า

       ตัวอย่างข้างต้นนั้นเป็นวัฒนธรรมองค์กรของบริษัท เจ ซี เพนนี บริษัทยักษ์ใหญ่อันนึงจากประเทศอเมริกา บริษัทนี้มีวัฒนธรรมดี ได้รับการถ่ายทอดจากผู้ก่อตั้งโดยตรง
      ในวันเปิดร้านแห่งแรก ผู้ก่อตั้งตั้งชื้อร้านที่แปลว่า กฏทอง เนื่องจากต้องการสร้างนโยบายในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับชื่อ  กฏทอง  นั่นคือ "จงปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่นเดียวกับที่เราต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา" เขาเชื่อมั่นว่า ถ้าธุรกิจของเขาสามารถสร้างขึ้นจากหลักนี้ได้แล้ว ธุรกิจจะก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ
     ในวันนั้น เค้ากล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่า "วันหนึ่งเราจะมีสาขามากกว่าสิบสาขา ในที่นี้ขอย้ำว่า จงปฏิบัติต่อผู้อื่น เช่นเดียวกับที่เราต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเรา" ผู้ก่อตั้งได้วางแนวกรอบขององค์กรไว้ในยุค 20 แนวคิดนี้เป็นหลักการที่ทุกคนต้องปฏิบัติตาม 7 ข้อ ซึ่งเป็นหลักการที่สร้างความจงรักภักดีอย่างใหญ่หลวงจากพนักงงานและลูกค้า นับตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน และเป็นส่วสำคัญประการหนึ่งที่ส่งเสริมให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

     ตั้งแต่วันที่เปิดร้าน โดยใช้เงินเก็บส่วนตัว 500 เหรียญ และกู้ยืมอีก 2000 เหรียญ จนถึงวันครบรอบเปิดบริษัทครบ 90 ปี ซึ่งเป็นหลังจากผู้ก่อนตั้งคนนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว 21 ปี บริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์รวม 15 พันล้าน มีพนักงานและผู้ร่วมเครือข่ายธุรกิจ 1900000 คน มีสาขากว่า 1300 สาขา ทั้งในและนอกประเทศ
   
     ความน่าในใจของธุรกิจนี้อยู่ที่ ทุกคนในกองค์กรตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงจนถึงพนักงานระดับล่างสุด ยังคงยึดมั่นในวัฒนธรรมที่สืบทอดมาจากตัวผู้ก่อตั้งโดยไม่ผิดเพียน ลูกค้าจะได้รับความพอใจเสมอ นโยบายทุกเรื่องจะต้องอยู่ในพื้นฐานของความถูกต้องและมนุษยธรรม พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการตัดสินใน
     แต่ก่อนจะจากกันนั้น ผู้ก่อนตั้งท่านนี้เองเคยประสบความล้มเหลวมาก่อน เพราะทำธุรกิจขายเนื้อ แต่มิใช่เพราะเค้าไรซึ่งความสามารถในการบริหารและจัดการ หรือขาดความชำนาญ แต่เป็นเพราะเค้าไม่ยอมติดสินบนให้กับพ่อครัวของโรงแรมที่เป็นแหล่งขายเนื้อของละแวกนั้น ซึ่งเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในการรับซื้อเนื้อ
 
   จากที่อ่านกันมาก็ขอสรุปให้เข้าใจกันง่ายๆว่า ถ้ามีผู้นำที่ดีแล้ว นำความดีทั้งหมดนั้นมาใช้ในการบริหารกิจการ ผู้ใต้บังคับบัญชาก็จะซึมซับความดีและการวางรากฐานที่ดีเอาไว้ เป็นการกำหนดทิศทางให้กับองค์กร เพราะฉะนั้นก่อนที่จะไต่เต้าขึ้นไปอยู่ตำแหน่งระดับสูงๆ ไม่เพียงแค่มีความสามารถที่ยอดเยี่ยม แต่จำเป็นต้องมีความดี การยึดมั่นในการทำสิ่งที่ถูกต้อง มีความซื่อสัตย์ และยุติธรรมของผู้อื่น

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

8 เทคนิคหางานให้ได้อย่างใจ

      คงมีหลายครั้งที่คุณนึก อยากเปลี่ยนงาน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม หากแต่การหางานที่ดีกว่าเดิม งานที่คุณทำแล้วมีความสุข หรืองานที่เหมาะกับคุณจริง ๆ นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะยากจนเกินไป แค่ว่าต้องมีการเตรียมพร้อมกันเล็กน้อยก่อนจะเริ่มหางานใหม่ที่คุณต้องการ

หากคุณกำลังคิดถึงเรื่องการเปลี่ยนงานอยู่ละก็ คุณควรแจกแจงดูก่อนว่าคุณมีปัญหาอะไรบ้างกับงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน และควรดูให้มั่นใจว่าปัญหาเหล่านั้นคุณไม่สามาถที่จะแก้ไขได้จริง ๆ 
ก่อนที่จะตัดสินใจลาออก คุยกับเจ้านายดูก่อน นั่นก็เพราะว่า บริษัทที่มีความก้าวหน้ามักรู้ดีว่าพนักงานที่มีความมุงมั่นในชีวิตนั้นสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของบริษัท ซึ่งหมายถึงว่า เจ้านายของคุณอาจจะยอมอ่อนข้อมางอนง้อให้คุณอยู่ทำงานที่เดิมต่อไป หากว่าเขารู้ความต้องการที่แท้จริงของคุณ

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีหนทางไหนที่จะทำให้คุณรู้สึกมีความสุขกับการทำงานที่นั่นแล้วละก็ คงถึงเวลาที่คุณจะมองหางานใหม่ และนี่คือ กลเม็ด 8 ข้อ ซึ่งจะช่วยให้การเปลี่ยนงานของคุณราบรื่น เหมือนกับโรยด้วยกลีบกุหลาบ 

1. รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร
วิเคราะห์เจาะลึกถึงความรู้ความสามารถ และทักษะทุกอย่างที่ตัวเองมี จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่าน ๆ มา เรื่องนี้นับว่าสำคัญมาก เพราะมันจะทำให้คุณรู้ว่างานแบบไหนที่จะเหมาะกับความเป็นคุณมากที่สุด เมื่อรู้แล้วก็คิดดูอีกทีว่า ทักษะไหนที่คุณมี และสามารถนำไปใช้ในงานใหม่ได้บ้าง หาจุดอ่อนจุดแข็งของตัวเอง 
ทีนี้คุณจะได้รู้ว่าหน้าที่ความรับผิดชอบแบบไหนกันแน่ที่ทำแล้วจะมีความสุขที่สุด 

2. เตรียมใจกับเงินเดือนที่ (อาจจะ) ลดลง
บางครั้งการได้งานใหม่ที่จ่ายงามกว่าเดิมไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้คุณมีความสุขจริง ๆ เพราะมันอาจจะเป็นงานที่คุณไม่ได้รักที่จะทำสักเท่าไหร่
หากคุณเป็นหนึ่งในประเด็นที่เรากล่าวถึง เตรียมใจไว้กับการที่อาจจะต้องรับเงินเดือนต่ำลงกว่าเดิม หากงานที่คุณอยากทำจริง ๆ ไม่ได้ทำรายได้ดีนัก 
ลองมองในอีกแง่ว่า การที่คุณมีความสุขกับการทำงานมีคุณค่ากว่าเงินทองเป็นไหน ๆ และยิ่งคุณมีความสุขเท่าไหร่ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในงาน ก็จะมีมากเท่านั้น ..แล้วอย่างนี้ เงินทองที่ว่าจะไปไหนเสีย

3. หาข้อมูลของสายงานที่คุณสนใจ
สมัยนี้แหล่งข้อมูลนั้นมีมากมายทั้งนิตยสาร, หนังสือพิมพ์ แถมด้วยอินเทอร์เน็ต ที่จะช่วยให้คุณได้รู้รายละเอียดของสายงานที่สนใจ ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อให้แน่ใจว่า งานที่คุณคิดว่าเหมาะกับคุณนั้น เป็นงานที่ใช่จริง ๆ หรือเปล่า

4. สร้างสายสัมพันธ์ในสายงาน
ลองนึกดูสิว่าในสายงานที่คุณสนใจ มีใครที่คุณเข้าไปคุยด้วยได้บ้าง เพื่อน, ญาติพี่น้อง, หรือคนที่เคยรู้จักจากหน้าที่การงาน ฯลฯ หาโอกาสไปพูดคุยกับคนเหล่านี้ ถามพวกเขาถึงความรู้ความสามารถที่ต้องมีในสายงาน หากไม่รู้จักใครเลย การเข้าร่วมในชมรม, สมาคม หรือแม้กระทั่งเว็บบอร์ดของคนในสายงานนั้น ๆ ก็เป็นไอเดียที่ดีที่อาจทำให้คุณได้พบปะสนิทสนมกับคนในแวดวง อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อให้มีแบ็คกราวน์ติดตัวพอน่าเชื่อถือ 

5. หาทางเชื่อมสัมพันธ์กับบริษัทในฝัน
แม้ว่างานที่คุณสนใจอาจจะยังไม่ได้เปิดรับสมัคร ก็ไม่เสียหลาย หากคุณจะเริ่มทำความรู้จักกับบริษัทที่คุณหมายตาไว้ก่อน อาจจะด้วยวิธีเข้าไป สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่คุณสนใจ หรือกิจการของบริษัทนั้น ๆ เพื่อที่ว่าเมื่อถึงยามที่คุณมาสมัครงานนั้น ๆ เข้าจริง ๆ พวกเขาจะรู้สึกคุ้นเคยกับคุณ และเชื่อมั่นว่าคุณสนใจในงานนั้นจริง ๆ และนั่นจะทำให้คุณมีภาษีดีกว่าผู้สมัครรายอื่น ๆ 

6. สมัครเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานชั่วคราว หรือขอฝึกงานฟรี ๆ ไปเลย
วิธีนี้จะทำให้คุณได้สัมผัสกับงานหลากหลายรูปแบบ รวมถึงได้เรียนรู้ถึงการทำงานในองค์กรที่แตกต่างกันทั้งสไตล์การทำงาน, ขนาดของบริษัท และบรรยากาศในที่ทำงาน ซึ่งจะทำให้คุณรู้ได้ในทันทีว่างานแบบไหนที่เหมาะกับคุณ ก่อนที่จะถลำตัวเข้าไปเซ็นสัญญาทำงานแบบจริง ๆ จัง ๆ 

7. สร้างเสริมในส่วนที่ขาด
ถามตัวเองดูอีกทีว่า มีสิ่งไหนที่คุณยังขาดสำหรับการทำงานในสายงานที่ชอบ หาวิธีชดเชยแก้ไขหากคุณคิดว่ามันจำเป็นจริง ๆ อาจจะด้วยการเรียนเพิ่มเติมในคอร์สเร่งรัดสั้น ๆ หรือฝึกฝนด้วยตนเองหากทำได้ 

8. เน้นจุดเด่นให้ต้องตากรรมการ
หากคุณรู้ว่าทักษะไหนในงานที่เจ้านายใหม่ของคุณมองหาอยู่ และเป็นสิ่งที่คุณมีอยู่แล้วละก็ เน้นตรงจุดนั้นในจดหมายสมัครงานไปเลย 
การที่คุณไม่มีประสบการณ์ในสายงานนั้น ๆ ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีคุณสมบัติในการทำงานดังกล่าว ใครจะรู้ คุณสมบัติที่คุณมีในงานเดิม อาจจะช่วยเสริมส่งให้ทำงานใหม่ได้ดียิ่งขึ้นก็ได้ 
ดังนั้น ..ไม่ว่าคุณจะมีทักษะอะไร อย่าละเลยเพราะเห็นว่าไม่สำคัญ หรือไม่เกี่ยวกับสายงานเป็นอันขาด

ยังมีงานอีกมากมายรอคุณอยู่ข้างนอก เพียงแต่คุณต้องตั้งความหวังในสิ่งที่เป็นไปได้ และเชื่อว่าคุณจะทำได้จริง ๆ จำไว้ว่าคนเรามีทักษะ และพรสวรรค์ไม่เหมือนกัน ดังนั้นอย่าตัดสินใจเลือกสายงานตามคนอื่น ..แต่จงเลือกในสิ่งที่คุณเป็น แล้วคุณจะได้งานที่เหมาะกับคุณจริง ๆ 

ที่มา:http://www.jobroads.net/article/ViewArticle.asp?ID=334

วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

แนวทางการตอบการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ



       วันนี้เราจะมาดูกันว่าปกติแล้วเวลาสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษ เค้าจะถามอะไรกันบ้าง พร้อมแนวทางการตอบคำถามคร่าๆกัน พร้อมกับเล่าประสบการณ์ในการสัมภาษณ์งานเป็นภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติชาวอังกฤษสามคนกับคนไทยหนึ่งคนที่เป็นพนักงานฝ่าย HR ตอนแรกเค้าจะเมล์มานัดเวลากับเราพร้อมกฏการเข้าบริษัทแห่งนั้น หลังจากนั้นเราก็ดูว่าสะดวกไปไหม ถ้าไม่ติดก็เราก็ไปบริษัทตามเวลานั้นๆ ถ้าติดก็สามารถเมล์กลับไปบอกเค้าได้  พอถึงเวลาเค้าจะให้รอหน้าห้องสัมภาษณ์ จากนั้นเค้าจะเค้าไปกันก่อนพักนีงเพื่อเตรียมตัวและอ่านประวัติคร่าวๆ วันนี้จะนำเสนอแนวการตอบคำถามยิดฮิตในการสัมภาษณ์งานแบบสำหรับเป็นบทท่องจำถ้าเค้าให้เราพูดไปเรื่อยๆเกี่ยวกับตัวเอง
        My name is ชื่อนามสกุล. I'm อายุ old  I'm graduate from มหาวิทยาลัย in สาขาที่จบมา with เกรด. In university, I learned to try to to things that I never might do before. I had an excellent probability to be told regarding life, the activities of life, meet new friends, and lots a lot of alternative things than I will say. My most significant qualifications is sweet attention and patience or something like after I begin to try to to something i'll proceed till the duty is finished and I'm progression. I will get in conjunction with anybody. In future, I'd wish to have an honest job that brings a stable financial gain, have security, a family and be able to do some treats that individuals will bear in mind Pine Tree State by.To decide to apply job to your company because  a result of this company encompasses a smart image of stability and security. It’s like after you wish to travel on a ship, actually you'd opt for a ship that you just feel assured  with. i actually appreciate the prospect to possess Associate in Nursing interview with you these days. give thanks  you most. 
แปลไทยก็จะได้ความประมาณว่า

       ฉับชื่อ"ชื่อนามสกุล" อายุ อายุปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย"มหาวิทยาลัย"ในสาขา"สาขาที่จบมา"ด้วยเกรด"เกรด" ในขณะเรียนมหาวิทยาลัย ฉันได้รู้จักและได้พยายามทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ได้โอกาสเรียนรู้ถึงการใช้ชีวิตจริงๆ ได้ทำงานต่าง ๆ ได้พบเพื่อนใหม่ ๆ และยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คงบรรยายได้ไม่หมด สำหรับคุณสมบัติที่สำคัญของฉัน คือ ความตั้งใจและความอดทนหรืออีกตัวอย่างของความตั้งใจและความอดทน ของฉันคือ เมื่อได้เริ่มทำงานบางอย่างจะลงมือทำมันจนเสร็จสิ้น และยังเป็นคนเข้ากับคนง่าย สามารถเข้ากันได้กับคนทุกรูปแบบ งานอดิเรกคือการเล่นอินเทอร์เน็ต ดูโทรทัศน์ และอ่านหนังสือ เพราะมีความรู้มากมายอยู่ในนั้น ในอนาคตอยากมีมีงานดี ๆ ที่รายได้แน่นอน และมีความมั่นคงในชีวิต มีครอบครัว และทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ผู้อื่นได้จดจำ ที่เลือกมาสมัครงานกับบริษัทนี้เพราะบริษัทนี้มีภาพลักษณ์ที่ดี มีความมั่นคง และความปลอดภัย เหมือนกับถ้าคนเราจะลงเรือสักลำ ก็คงต้องเลือกเดินทางไปกับเรือที่ให้ความรู้สึกปลอดภัย และมั่นใจขอบคุณสำหรับโอกาสในการสัมภาษณ์วันนี้